1.ทำความรู้จักกับจิ้งหรีดกันค่ะ

จิ้งหรีด หรือ จังหรีด[2] (อังกฤษ: Cricket; วงศ์: Gryllidae) เป็นแมลงจำพวกหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Gryllidae ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นวงศ์ย่อยต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง (ดูในตาราง)
จิ้งหรีดถือเป็นแมลงที่มีขนาดลำตัวปานกลางเมื่อเทียบกับแมลงโดยทั่วไป มีปีก 2 คู่ คู่หน้าเนื้อปีกหนากว่าคู่หลัง ปีกเมื่อพับจะหักเป็นมุมที่ด้านข้างของลำตัว ปีกคู่หลังบางพับได้แบบพัดสอดเข้าไปอยู่ใต้ปีกคู่หน้า ปากเป็นชนิดกัดกิน หัวกับอกมีขนาดกว้างไล่เลี่ยกัน ขาคู่หลังใหญ่และแข็งแรงใช้สำหรับกระโดด ตัวผู้มีอวัยวะพิเศษสำหรับทำเสียงเป็นฟันเล็ก ๆ อยู่ตามเส้นปีกบริเวณกลางปีก ใช้กรีดกับแผ่นทำเสียงที่อยู่บริเวณท้องปีกของปีกอีกข้างหนึ่ง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เป็นที่รู้จักกันดีของจิ้งหรีด ขณะที่ตัวเมียจะไม่สามารถทำเสียงดังนั้นได้ และจะมีอวัยวะสำหรับใช้วางไข่เป็นท่อยาว ๆ บริเวณก้นคล้ายเข็ม เห็นได้ชัดเจน
จิ้งหรีดสามารถพบได้ในทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น พบแล้วประมาณ 900 ชนิด ในประเทศไทยก็พบได้หลายชนิด จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กัดกินพืชชนิดต่าง ๆ เป็นอาหาร สามารถกินได้หลายชนิด มักออกหากินในเวลากลางคืน มักจะอาศัยโดยการขุดรูอยู่ในดินหรือทราย ในที่ ๆ เป็นพุ่มหญ้า แต่ก็มีจิ้งหรีดบางจำพวกเหมือนกันที่อาศัยบนต้นไม้เป็นหลัก
สำหรับในประเทศไทย พบจิ้งหรีดได้ทั่วทุกภูมิภาค ชนิดของจิ้งหรีดที่พบ ได้แก่ จิ้งหรีดทองดำ (Gryllus bimaculatus), จิ้งหรีดทองแดง (G. testaceus), จิ้งโกร่ง หรือ จิ้งกุ่ง (Brachytrupes portentosus) เป็นต้น
จิ้งหรีดเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตแบบไม่ต้องผ่านการเป็นหนอนหรือดักแด้ ตัวอ่อนที่เกิดมาจะเหมือนตัวเต็มวัย เพียงแต่ยังไม่มีปีก และมีสีที่อ่อนกว่า ต้องผ่านการลอกคราบเสียก่อน จึงจะมีปีกและทำเสียงได้ จิ้งหรีดจะผสมพันธุ์เมื่อเป็นตัวเต็มวัย การผสมพันธุ์และวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ 15 วันต่อครั้ง ในแต่ละรุ่น เมื่อหมดการวางไข่รุ่นสุดท้ายแล้วตัวเมียก็จะตาย โดยตัวผู้จะทำเสียงโดยยกปีกคู่หน้าถูกันให้เกิดเสียง เพื่อเรียกตัวเมีย จังหวะเสียงจะดังเมื่อตัวเมียเข้ามาหา บริเวณที่ตัวผู้อยู่ ตัวผู้จะเดินไปรอบ ๆ ตัวเมียประมาณ 2-3 รอบ ช่วงนี้จังหวะเสียงจะเบาลง แล้วตัวเมียจะขึ้นคร่อมตัวผู้ จากนั้นตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศตัวเมีย หลังจากนั้นประมาณ 14 นาที ถุงน้ำเชื้อก็จะฝ่อลง แล้วตัวเมียจะใช้ ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว ตัวเมียใช้อวัยวะวางไข่ที่แทงลงในดินที่มีลักษณะเรียวยาวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ก็จะฟักออกเป็นตัวอ่อน ตลอดอายุไข่จิ้งหรีดตัวเมียสามารถวางไข่ได้ตั้งแต่ 600-1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่เป็นรุ่น ๆ ได้ประมาณ 4 รุ่น[3]
จิ้งหรีดถือเป็นแมลงที่เป็นศัตรูพืชอย่างหนึ่ง แต่ก็มีความเกี่ยวพันธ์กับมนุษย์ในแง่ของเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงมาอย่างยาวนาน ในหลายวัฒนธรรม ในหลายประเทศ มีการเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อฟังเสียงร้อง และเลี้ยงไว้สำหรับการกัดกัน โดยถือว่าเป็นแมลงจำพวกหนึ่งที่สามารถนำมาต่อสู้กันได้อย่างด้วงกว่าง อีกทั้งยังปรากฏในนิทานอีสปในเรื่อง มดกับจิ้งหรีด เป็นต้น[4][5][6]
นอกจากนี้แล้ว ในปัจจุบัน ยังนิยมใช้เพื่อการบริโภคเป็นอาหาร และใช้เป็นอาหารสัตว์ จึงมีการส่งเสริมให้เลี้ยงจิ้งหรีดในฐานะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยนิยมเลี้ยงกันในบ่อปูนซีเมนต์วงกลม[7]โดยมีแหล่งใหญ่อยู่ที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม[8]

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

การเลี้ยงไก่ไข่

อ้างอิง http://www.youtube.com/watch?v=33KZ-A1ZjsU

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

การเลี้ยงไก่ไข่

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

1. ประวัติความเป็นมาของชมรม…

images

ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2535  โดยมี ประธานชมรม ฯ ดังนี้

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา

1. อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง

อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาวลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801 – 1841 เป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองมาก ประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองพะเยา (สวนสมเด็จย่า 90) หน้ากว๊านพะเยา เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน ณ บริเวณแม่น้ำอิง ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณสถานีประมงน้ำจืดพะเยา พ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์กล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด จึงได้พระนามว่างำเมือง

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

เรียนรู้อาหารการกินของลูกวัยแรกเกิด


อาหารของเด็กวัย 0-6 เดือนแรก คือ “นมแม่” โดยเด็กทารกแรกเกิดจะต้องการนมต่อวันประมาณ 2.5-3.0 ออนซ์ ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ (ประมาณ 0.5 กิโลกรัม) ดังนั้นหากลูกมีน้ำหนักตัวแรกเกิด ประมาณ 3.5 กิโลกรัม ดังนั้นปริมาณน้ำนมที่ลูกต้องการในแต่ละวันจะเท่ากับ ( 3.5 / 0.5) x 3 = 21 ออนซ์ต่อวัน หมายความว่าจำนวนน้ำนมที่ลูกของเรา (ที่น้ำหนัก 3.5 กิโล) จะต้องการกินในแต่ละวัน (สูงสุด) ประมาณ 21 ออนซ์นั่นเอง ซึ่งโดยปกติลูกจะกินนมเกือบจะทุกๆ 2 ชั่วโมง ดังนั้นลูกน้อยจะกินครั้งละประมาณ 2 ออนซ์ (แต่กินบ่อยประมาณ 10 ครั้งต่อวัน) ทั้งนี้การให้ลูกดูดนมแม่นั้น ลูกสามารถดูดนมแม่หมดเต้าในแต่ละข้างภายใน 5-7 นาที และลูกจะเริ่มผ่อนจังหวะการดูดนมช้าลงเมื่อเริ่มอิ่ม ซึ่งน้ำนมที่ลูกดูดทั้ง 2 เต้านั้น รวมๆ แล้วก็จะมีปริมาณที่พอเพียงสำหรับลูก คุณแม่จึงไม่ควรกังวลว่าลูกจะดูดนมแม่ได้น้อย นมแม่จะไม่พอ หรือลูกจะไม่อิ่มนะคะ

นอกจากนี้ เด็กวัยแรกเกิดมักใช้เวลาในการนอนมาก สำหรับแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หากลูกนอนหลับในแต่ละครั้งมากกว่า 4 ชั่วโมง ควรปลุกลูกขึ้นมาให้เขาได้ดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นน้ำนมด้วย เพราะปริมาณน้ำนมจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการดูดนมบ่อยๆ ของลูก และการให้ลูกกินนมมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งจะดีกับกระเพาะของลูกและดีต่อการสร้างน้ำนมของแม่ด้วยค่ะ

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ใส่อารมณ์รักเวลามองเขา…มองเธอ เหมือนเรา “เพิ่งรักกัน”

ทำไมนะคนเรารักกันไปเรื่อยๆ อารมณ์เขินอายแก้มแดงฉาน เด็ดใบไม้ทีละใบ มันต้องพาลหายตามกาลเวลาไปด้วย ก็เลยนำเอาบทความจากนิตยสาร Smile Love Story มาให้อ่านกัน มาทำให้รักของคุณเหมือนเพิ่งรักกันใหม่ ขอแบบสบดาน้อง แล้วต้องรีบหลบตา เอาแบบนั้นอีกสักครั้งเถอะนะ

–> ความจริงของความรัก
“ในโลกนี้ไม่มีประสบการณ์อันใด จะเหมือนมีมนต์สะกด เราได้เท่ากับตกหลุมรักอีกแล้ว” แพท เลิฟ ผู้เขียนเรื่อง The Truth About Love
ความรักทำให้มีเพลงรักจาก จอร์น เลนนอน มีบทกวีอันสวยงามจากเชคสเปียร์ส มีวิหารแห่งรักอย่างทัชมาฮาล เมื่อเราตกหลุมรัก จะเหมือนมีแม่เหล็กตัวเป้งมาดูดพลังทุกส่วนของเราออกมาใช้ เพียงแค่เสี้ยวสะบัดผมหางม้าของเธอ ก็ทำเอาใจหล่นวูบ นิ้วก้อยที่แตะกัน ไฟฟ้าช็อตไปทั้งร่าง
ความรักทำให้คุณรู้สึกว่า ทุกคำสลายไปได้ เพียงเราสบตากัน แค่เดินไปซื้อทูน่าหนึ่งกระป๋องด้วยกันในซูเปอร์ ก็แสนจะสนุก ความรักมันดีได้ขนาดนี้ ว่าแล้วเรามาสร้างตำนานรักแบบรุ่นแรกกันใหม่ไปด้วยกันเลย….

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น